Disney กับการเลิกจ้าง (Layoff) พนักงานกว่า 7,000 คน ในปี 2022 และอีกกว่า 300 คน ในปี 2024 ที่ผ่านมา

Disney Layoff พนักงานกว่า 7,000 คน ในปี 2022 และอีกกว่า 300 คน ในปี 2024 มาดูหน่วยงานที่ได้รับผลกระทบ พร้อมการวิเคราะห์เพิ่มเติมถึงสาเหตุในการเลิกจ้างพนักงาน

Pragma & Will Group
15 Jan 2026

Disney Layoff พนักงานกว่า 7,000 คน ในปี 2022 และอีกกว่า 300 คน ในปี 2024 เพราะอะไร มาดูกัน

Disney หรือ กลุ่มบริษัทสื่อมวลชนและความบันเทิงข้ามชาติที่หลากหลายของสหรัฐอเมริกา หรือที่หลาย ๆ คนเรียกกันชื่อเต็มว่า The Walt Disney Company มีการเลิกจ้างพนักงานจำนวนมากในช่วงที่ผ่านมา…

หากย้อนไปในช่วงปีที่ผ่านมา Disney มีการเลิกจ้างพนักงานจำนวน 7,000 คน ซึ่งคิดเป็น 3.2% ของจำนวนพนักงานทั้งหมดของ Disney ประมาณ 220,000 คนทั่วโลก ใน วันที่ 1 ตุลาคม 2022

เหตุผลของการเลิกจ้างในครั้งนั้น มาจากต้องการ ‘ประหยัดต้นทุน’ ประมาณ 5.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจากจำนวนนี้ มี 2.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่ Bob Iger เรียกว่าเป็น

‘ค่าใช้จ่ายแบบ non-content costs’ หรือไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาของการสร้างสรรค์ผลงาน และในจำนวนนี้ รวมถึงค่าแรงพนักงานด้วย

และอีก 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐจากการลดต้นทุน ที่กำหนดไว้ในเป้าหมายนั้น กำลังดำเนินการในเดือนกุมภาพันธ์คุณ Bob Iger หรือ CEO ของ Disney กล่าวว่า Disney มีเป้าหมายในการลดค่าใช้จ่ายประจำปี ถึง 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดหวังว่าจะสมบูรณ์ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

ความตั้งใจที่จะลดต้นทุนที่ไม่เกี่ยวข้องกับการผลิตเนื้อหาของ Disney จึงเกิดการ Layoff ขึ้น

ในปี 2024 ช่วงที่ผ่านมา มีพนักงานประมาณ 300 คน ที่โดนเลิกจ้าง จากความต้องการที่จะประหยัดต้นทุน

โดยตำแหน่งงานที่ได้รับผลกระทบทั้งหมดตั้งอยู่ใน สหรัฐอเมริกา และอยู่ในหน่วยงานของ Disneyประกอบด้วย กฎหมาย ทรัพยากรบุคคล การเงิน และการสื่อสารโดยหน่วยงานที่ไม่ได้รับผลกระทบในการเลิกจ้างในครั้งนี้ ประกอบไปด้วย

  • Parks ประกอบไปด้วย Walt Disney World Resort, Disneyland Resort, Disneyland Paris, Disney Cruise Line และธุรกิจอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว
  • ESPN เจ้าแห่งลิขสิทธิ์กีฬา
  • Disney Entertainment ธุรกิจสื่อและสตรีมมิงของบริษัททั้งหมด เช่น The Walt Disney Studio, Marvel Animation เป็นต้น

การ Layoff จาก ความต้องการลดต้นทุนและภาพรวมธุรกิจที่อาจเปลี่ยนแปลงไป

ตามมาด้วยการเลิกจ้างรอบวันที่ 31 กรกฎาคมที่ Disney Entertainment Television มีการปลดพนักงานประมาณ 140 คน ซึ่งคิดเป็นประมาณ 2% ของพนักงาน ทั้งหมดและสตูดิโอแอนิเมชัน Pixar ของดิสนีย์ลดพนักงานลง 14% ในเดือนพฤษภาคมการเลิกจ้างของ Disney เริ่มขึ้นในวันเดียวกับที่ Paramount Global ที่เลิกจ้างพนักงานหลายร้อยคนในรอบที่สอง ของการLayoffโดยมีเป้าหมายในการเลิกจ้าง 15% ของแรงงานของบริษัทในสหรัฐอเมริกา โดย Paramount+ ได้รับผลกระทบมากที่สุดบริษัทสื่อแบบดั้งเดิม หรือ Traditional Media กำลังประสบช่วงเวลาที่ยากลำบากท่ามกลางตลาดโฆษณาที่อ่อนตัวแม้จะมีการไหลเข้าของการใช้จ่ายโฆษณาทางการเมืองและการถ่ายทอดสดกีฬา

เนื่องจากการชำระเงินทีวีแบบจ่ายต่อการรับชมลดลงอย่างมาก และเงินโฆษณาก็ได้ย้ายไปยัง Digital Platform มากขึ้น

นอกเหนือจากการลดพนักงานหลายรอบของ Disney และ Paramount แล้ว Fox Entertainment ก็ได้ลดตำแหน่งประมาณ 30 ตำแหน่ง ผ่านการปรับโครงสร้างในเดือนกรกฎาคม และยังมีการเลิกจ้างที่ Warner Bros Discovery ในเดือนเดียวกัน

Disney Spokesperson กล่าวไว้ว่า…

“เราต้องการทบทวนการลงทุนในธุรกิจ และบริหารให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งเรื่องการใช้ทรัพยากรและต้นทุน เพื่อสร้างผลงานที่สร้างสรรค์และนวัตกรรมแบบที่ผู้บริโภค Disney คาดหวังไว้” และ
“ในส่วนของการหาจุดที่ดีที่สุด เราได้ประเมินโครงสร้างต้นทุนของ Corporate-level functions ซึ่งเห็นได้ว่า ยังมีแนวทางในการสร้างประสิทธิภาพมากขึ้น”

จะเห็นได้ว่า Disney อยู่ในช่วงตัดต้นทุน ตั้งแต่การกลับมาดำรงตำแหน่ง CEO ของ Bog Iger โดยเริ่มจากเลิกจ้างพนักงานจำนวน 7,000 คน ซึ่งคิดเป็น 3.2% ของจำนวนพนักงานทั้งหมดของ Disney เป็นต้นมา

จากการวิเคราะห์สาเหตุของการ Layoff ครั้งใหญ่ จากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือหลายแห่ง สรุปออกมาเป็นหัวข้อได้ ดังนี้

  • การบริโภคสื่อแบบดั้งเดิม หรือ (Traditional media) ลดลง

เมื่อผู้บริโภคมีการใช้สื่อแบบดั้งเดิม (Traditional media) ลดลง ส่งผลให้ Disney บางส่วน เช่น ESPN และ ABC ได้รับผลกระทบ อย่างไรก็ตาม Disney ก็สามารถเพิ่มรายได้จากช่องทาง Streaming Platform ได้ ขึ้นอยู่กับว่าจะบริหารโครงสร้างต้นทุนอย่างไร

  • ลดต้นทุนที่ไม่เกี่ยวข้องกับการผลิต Content ของ Disney

จากการสื่อสารของตัวแทน Disney พบว่า Disney ต้องการลดต้นทุนที่เรียกว่า Non-content cost ให้น้อยลง ซึ่งรวมถึงค่าแรงพนักงานด้วย ทำให้เกิดการเลิกจ้างในหน่วยงานต่าง ๆ ตามมา ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดจากการทบทวนโครงสร้างต้นทุนอย่างรอบคอบของ Disney แล้ว

  • อาจนำเทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้

อีกหนึ่งสิ่งที่สามารถตีความจากการสื่อสารของตัวแทน Disney พบว่า Disney ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพ และ Optimize ทรัพยากรบุคคล และต้นทุนของตนเอง ซึ่งงานบางส่วนอาจนำเทคโนโลยีมาช่วย หรือทำแทนได้ ทำให้พนักงานบางส่วนถูกเลิกจ้างไปอย่างไรก็ตาม การเลิกจ้างหรือ Layoff ขึ้นอยู่กับการพิจารณาทิศทางกลยุทธ์ของธุรกิจ โครงสร้างต้นทุน ฯลฯ จึงออกมาเป็นแผนการเลิกจ้างได้ องค์กรควรวิเคราะห์อย่างรอบคอบและนำข้อมูลมาช่วยในการตัดสินใจ อีกทั้งสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากเป็นเรื่องละเอียดอ่อนในมุมมองพนักงาน#PragmaandWillGroup #HRTheSeries #Casestudy #Layoff #Disney #Masslayoff #CostCutting #CostStructure #Business #OrganizationReference:Deadline. (2024). Disney Layoffs Underway: Hundreds Of Corporate Staffers Impacted. DeadlineVariety. (2023). Disney Completes 7,000 Job Cuts. Variety

ติดตามบทความที่เกี่ยวข้อง
  • Tesla ประกาศ Layoff พนักงาน กระทบราว 14,000 คน ทั่วโลก Read More
  • การเลิกจ้างที่เป็นไปตามที่วางแผนไว้ Read More
  • เตรียมตัวให้พร้อมในสถานการณ์ Layoff จำนวนมาก Read More
หากต้องการติดต่อสามารถติดต่อ Pragma and Will Group ได้ที่ Contact
Subscribe for Monthly Insights

Ready to Transform?

Whether you need to redesign your organization, develop leaders, or deploy AI solutions — let's start a conversation.

By submitting you agree to our Privacy Policy
Thank you! Your submission has been received!
Oops! Something went wrong while submitting the form.