Boreout VS Burnout VS Brownout ภาวะปัญหา Mental Health ของพนักงานบริษัทที่น่ากังวล

Boreout (เบื่องาน) Burnout (หมดไฟ) Brownout (หมดใจ) อะไรน่ากลัวกว่ากัน องค์กรต้องทำยังไงเพื่อป้องกันไม่ให้พนักงานเกิดภาวะเหล่านี้...

Pragma & Will Group
15 Jan 2026

อีกไม่กี่วัน จะเป็นวัน World Mental Health Day (10 ตุลาคม ของทุกปี) ในบทความนี้ เราจึงขอนำเสนอประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพจิตหรือ Mental Health ของพนักงานในองค์กร ที่เป็นอีกเรื่องสำคัญที่ส่งผลต่อ Performance ของพนักงาน

มีสถิติที่น่าสนใจ เกี่ยวกับปัญหาสุขภาพจิตของพนักงานในบริบทต่าง ๆ ทั้งในไทยและต่างประเทศ ดังนี้

- จากสถิติของ Mental Health America พบว่า 76% ของพนักงานเห็นว่า ความเครียดจากที่ทำงาน สามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตของพนักงานได้ (1)- จากสถิติของ Westfield Health พบว่า 59% ของพนักงาน เห็นว่าปัญหาเรื่อง Mental Health ของตนเองจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการย้ายงาน- จากสถิติของ วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล พบว่า คนในกรุงเทพฯ จำนวน 7 ใน 10 อยู่ในสภาวะหมดไฟในการทำงาน ซึ่งนั่นหมายถึง คนทำงานในกรุงเทพฯ กว่า 5.7 ล้านคน กำลังเผชิญภาวะ Burnout อยู่ (2)

เพราะฉะนั้นองค์กรไม่ว่าจะขนาดใหญ่ หรือเล็ก ก็ไม่ควรละเลยเรื่อง Mental Health ของพนักงาน

โดยในบทความนี้ จะพาทุกคนมารู้จักกับคำ 3 คำ ได้แก่ Boreout Burnout และ Brownout ซึ่งเป็นภาวะแต่ละแบบที่เกี่ยวกับสภาพจิตใจต่องานที่ทำอยู่ ซึ่งหลาย ๆ คน อาจคุ้นเคยกับคำว่า Burnout หรือภาวะหมดไฟ ที่ได้ยินกันอยู่บ่อยครั้ง แต่วันนี้เราอยากให้ทุกคนรู้จักคำว่า Boreout และ Brownout ด้วย เพื่อสังเกตตัวเองว่า เราตรงกับภาวะดังกล่าวหรือไม่ แล้วต้องทำอย่างไร เพื่อป้องกันไม่ให้ภาวะเหล่านี้เกิดขึ้นกับเรา

ขอเริ่มจากความหมายของแต่ละคำก่อน เพื่อสร้างพื้นฐานความเข้าใจ…

Boreout หรือ “ภาวะเบื่องาน” ที่จะทำให้พนักงานรู้สึกเบื่อกับงานที่ตนทำอยู่ในทุกวัน และทำให้ไม่อยากมีส่วนร่วมกับงานเท่าที่ควรจะเป็นBurnout หรือ “ภาวะหมดไฟ” ที่เป็นคำที่ทุกคนคุ้นเคยกันทั่วไป ซึ่งเกี่ยวกับการทำงานอย่างหนักเป็นเวลานาน ทำให้รู้สึกเหนื่อย ไม่ได้มีไฟจะพุ่งเข้าหางานเหมือนเมื่อก่อนแล้วและอีกคำคือ Brownout หรือ “ภาวะหมดใจ” ที่ตรงตัวเลยว่า หมดใจกับงานที่ทำอยู่ ไม่มีแรงกระตุ้นในการทำงาน และความพึงพอใจในงานลดลงนอกจากนี้ อยากให้ทุกคนเห็นความแตกต่างของทั้ง 3 คำนี้ ในมิติต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง สาเหตุ อาการ ผลลัพธ์ระยะสั้น และวิธีการป้องกัน ไม่ให้เกิดภาวะเหล่านี้กับพนักงาน ดังตารางด้านล่าง

ตารางเปรียบเทียบ Boreout Burnout และ Brownout

จากทั้ง 3 ภาวะดังกล่าว เป็นเรื่องที่น่ากังวลสำหรับหลาย ๆ องค์กร เพราะอาจทำให้เสียบุคลากรคุณภาพดีไปได้ จากการมีสภาพแวดล้อมที่ไม่เป็นมิตร และงานที่ไม่สอดคล้องตามความคาดหวังของพนักงาน

ซึ่งองค์กรสามารถป้องกันภาวะ Boreout Burnout และ Brownout ของพนักงานได้ ตั้งแต่การทำเรื่องเล็ก ๆ ที่พนักงานต้องเจอทุกวันในองค์กรให้ดีขึ้น เช่น

  1. สร้างสิ่งแวดล้อมในการทำงานที่เป็นมิตรต่อ Mental Health

สิ่งแวดล้อมในการทำงาน เป็นสิ่งที่พนักงานต้องเผชิญอยู่ในทุก ๆ วัน จึงมีความสำคัญอย่างมาก ต่อ Mental Health ของแต่ละคน เพราะฉะนั้น องค์กรต้องมีสิ่งแวดล้อมที่เป็นมิตร เช่น การโปรโมทเรื่อง Work Life Balance หรือ Work Life Integration เพื่อไม่ให้พนักงานทำแต่งานเพียงอย่างเดียว จนไม่ได้ใช้ชีวิตส่วนตัว และสนับสนุนให้พนักงานพักผ่อน/ ใช้วันลา ในช่วงเวลาอันเหมาะสม เพื่อ Refresh ให้ทั้งร่างกายและจิตใจได้พักผ่อน และพร้อมในการทำงานต่อไปอีกทั้ง หากพนักงานสร้างผลงานได้โดดเด่น ไม่ว่าจะเรื่องเล็ก หรือใหญ่ องค์กรควรมี Action ให้เห็นว่า เราเห็นถึงความสำเร็จนั้น และมี Role Model เพื่อเป็นแบบอย่างให้พนักงานทำตามอย่างสะดวกใจ ลองนึกภาพตามว่า หากพนักงานอยู่ในองค์กรที่ไม่มีใครลางานไปเที่ยวหรือพักผ่อนเลย ตั้งแต่ต้นปีถึงปลายปี พนักงานทั่วไปก็คงไม่สะดวกใจที่จะลางานอย่างแน่นอน

  1. จัดการ Workload ให้สมเหตุสมผล

องค์กรต้องจัดการ Workload และ Deadline ให้สมเหตุสมผล เพราะเป็นนี่มักเป็นสิ่งที่สร้างความกังวลให้พนักงาน และเป็นสาเหตุสำคัญที่จะนำไปสู่ภาวะ Burnout ได้ง่าย โดยเฉพาะหากต้องอยู่ในภาวะที่มีงานในมือจำนวนมากในช่วงเวลานานเพราะฉะนั้น หากจำนวนงานขององค์กรไม่สามารถลด หรือแบ่งเบาให้กับฝ่ายอื่น ๆ ได้ องค์กรอาจหาทางออกโดยการหาพนักงานภายนอกมาช่วย เช่น จ้างงานแบบ Contract ตามช่วงเวลาที่งานจะหนัก หรือหานักศึกษาฝึกงาน มาช่วยแบ่งเบางานของพนักงานตน

  1. หัวหน้าต้องหมั่นพูดคุย และถามความกังวลของพนักงาน

คนที่เป็นหัวหน้า หรือ Supervisor นอกจากจะต้องดูแลเรื่องงานแล้ว ยังมีอีกขาหนึ่งที่ต้องให้ความสำคัญไม่แพ้กัน นั่นก็คือ การพูดคุยกับพนักงานที่ดูแลเป็นประจำ และวางตำแหน่งตนเองให้เป็นคนที่พนักงานกล้าที่จะมาบอกความกังวลใจด้วยได้ เพราะบางเรื่อง อาจเป็นเรื่องเล็ก แต่ถ้าสะสมไปเป็นเวลานาน ก็สามารถนำไปสู่ 3 ภาวะข้างต้นได้เช่นกันนอกจากนี้ หัวหน้าต้องรู้จักการตั้งเป้าหมายที่ท้าทาย แต่สามารถทำให้เป็นจริงได้ เพื่อกระตุ้นพนักงาน แต่ไม่ได้สร้างความกดดันจนเกินตัว ที่มาจากเป้าหมายที่ไม่มีทางเป็นจริงได้

อย่าลืมทำความเข้าใจเรื่อง “ความคาดหวัง” ทั้งฝั่งพนักงานและฝั่งองค์กรให้ตรงกัน

การที่องค์กรพูดถึง Nature ของงานในองค์กรและสิ่งแวดล้อมภายในองค์กรก่อนที่จะรับพนักงานใหม่เข้ามา เพื่อสร้างการเข้าใจร่วมกัน ก็เป็นอีกวิธีหนึ่ง ในการป้องกันภาวะ Mental Health ต่าง ๆ ที่กล่าวไปได้ เพราะแต่ละคนอาจมีความคาดหวังในการทำงานที่ต่างกัน บางคนอาจต้องการทำงานที่ท้าทายตลอดเวลา และสามารถจัดการกับความเครียดของตนได้อย่างดี แต่บางคน ต้องการแยกชีวิตส่วนตัวและชีวิตการทำงานออกจากกันอย่างชัดเจนการพูดคุยกันถึง Nature ของบริษัท และความคาดหวังของงานก่อน จึงเหมือนคัดคนได้ในระดับหนึ่งว่า จะสามารถอยู่ในสภาพแวดล้อมการทำงานขององค์กรได้อย่างราบรื่นหรือไม่#PWG #Pragmaandwillgroup #CareerLifePWG #MentalHealth #WorkLifeBalance #WorkLifeIntegration #Burnout #Boreout #Brownout(1) Runn.io. (2023). 50+ Burnout Statistics That Will Shock You into Action. สืบค้นจาก Runn.io(2) Brand Inside. (2020). รู้หรือไม่ คนกรุงเทพ 7 ใน 10 มีภาวะหมดไฟ. สืบค้นจาก Brand Inside

ติดตามบทความต่อไปที่เกี่ยวข้อง
  • ก้าวทันโลกกับ 6 เรื่องที่ไม่ควรมองข้าม ในโลกธุรกิจปี 2023 Read More
  • สร้าง Employee Engagement ที่ดีในองค์กร Read More
  • Work Life Balance VS Work Life Integration Read More
หากมีข้อสงสัยเรื่อง People & Organization สามารถติดต่อ Pragma and Will Group ได้ผ่านช่องทางด้านล่างนี้
Subscribe for Monthly Insights

Ready to Transform?

Whether you need to redesign your organization, develop leaders, or deploy AI solutions — let's start a conversation.

By submitting you agree to our Privacy Policy
Thank you! Your submission has been received!
Oops! Something went wrong while submitting the form.